มารู้จัก ‘พลุแฟลร์’ จุดทำไม จุดเพื่อใคร และจุดไปหา...ใครเหรอ?

Writer : Sam Ponsan

: 19 ธันวาคม 2559

did-you-know-about-flares

หลังศึกฟุตบอล AFF Suzuki Cup 2016 จบลงพร้อมกับที่ทีมช้างศึกป้องกันแชมป์ไว้ได้ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังการแข่งจบไม่ใช่ประเด็นเรื่องของการคว้าแชมป์ได้ แต่เป็นประเด็นของ ‘กองเชียร์นอกแถว’ ที่สร้างปัญหา

กลุ่มกองเชียร์กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวในสนามที่ทำในสิ่งที่ FIFA ห้ามก็คือจุด ‘พลุแฟลร์’ พลุส่องสัญญาณในสนามแข่งเนื่องจากเป็นอุปกรณ์ดังกล่าว ไม่ใช่อุปกรณ์เชียร์ อีกทั้งยังอันตราย มีโอกาสก่อให้เกิดเพลิงไหม้หรือสร้างความบาดเจ็บได้ ดังนั้นฟีฟ่าจึงประกาศห้ามการใช้ดอกไม้ไฟหรือพลุแฟลร์ในสนามอย่างเด็ดขาดมานาน แต่กระนั้นยังมีกองเชียร์แหกคอก แอบเอามาใช้อยู่เสมอ ทำไมฟลุแฟลร์ถึงเป็นที่รังเกียจ มาทำความรู้จักกัน

flares-in-suzuki-cup-2016

พลุแฟลร์ ไม่ใช่อุปกรณ์เชียร์ (โว้ย)

พลุแฟลร์ เป็นอุปกรณ์ส่องสัญญาณควันสีแดงซึ่งเป็นวัตถุที่ต้องขออนุญาตเพื่อนำเข้าเนื่องจากเป็นวัตถุที่มีความไวไฟสูงใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น แฟลร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่เรือทุกลำต้องมีเพื่อส่งสัญญาณต่างๆ ลักษณะของพลุแฟลร์อาจเป็นได้ทั้งปืนยิงพลุ หรือแท่งพลุ ที่เรียกว่า ‘Red handflare’ โดยพลุแฟลร์ ที่เราเห็นคนเอามาใช้ผิดๆ ในสนามฟุตบอลก็คือพลุแฟลร์แบบแท่ง พลุแฟลร์คืออุปกรณ์เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน หรือแจ้งเหตุบางอย่าง ไม่ได้เป็นอุปกรณ์ที่เอามาข่มขวัญคู่แข่งอย่างที่ใครสักคนอ้าง แล้วในสนามฟุตบอลจะใช้พลุแฟลร์มาส่งสัญญาญฉุกเฉินเรียกใครมาช่วยเหรอ หรือที่บ้านมีใครเสียเลยต้องรีบไปงานศพ

flare-in-suzuki-cup-2016-2

ฮูลิแกน แฟนบอลตัวป่วนที่มาพร้อมพลุแฟลร์

กลุ่มฮูลิแกน คือแฟนบอลที่มีสไตล์การเชียร์ในระดับหัวรุนแรง คนพวกนี้ถูกเรียกว่าเป็นอันธพาลลูกหนัง แน่นอนว่าไม่มีใครชอบ หน้าที่ของคนกลุ่มนี้คือไปป่วนแฟนบอลทีมฝั่งตรงข้ามด้วยวิธีรุนแรง และพฤติกรรมในสนามก็โคตรเกรียนทำในสิ่งที่ FIFA ห้าม จนทีมตัวเองโดยปรับเงิน ปรับผลการแข่งขัน หนักสุดคือโดนแบน (นี่พวกเอ็งรักทีมที่ตัวเองเชียร์จริงป่าววะ หรือเนียนเข้ามาเพื่อทำลายทีม) หนึ่งในสิ่งที่ฮูลิแกน ทำก็คือจุดพลุแฟลร์ ซึ่ง FIFA ได้ระบุบลงไปในกฎด้านความปลอดภัยของสนามสมาชิกที่อยู่ภายใต้ฟีฟ่าไว้ชัดเจนคือ ห้ามใช้ดอกไม้ไฟ หรือพลุแฟลร์เด็ดขาด (อยู่ในหัวข้อที่ 52 : Minimising fire risks) ท้ายที่สุดทีมพวกเขาก็โดนลงโทษตามระเบียบ ส่วนคนจุดก็ลอยนวล แต่ก็ยังมีกองเชียร์ อุลๆ ตร้าๆ อะไรนี่แหละที่ เห็นดีเห็นงามว่าจุดพลุแฟลร์ โคตรเท่ กูจุดบ้าง สุดท้ายเป็นไงล่ะ ฟีฟ่าจะปรับเงินเกือบล้านบาทช่วยจ่ายไหมพี่อุลตร้าแมนทั้งหลาย

flare-in-suzuki-cup-2016-3

พลุแฟลร์อันตรายกว่าที่คิด

สาเหตุที่พลุแฟลร์ กลายเป็นสิ่งต้องห้ามในสนามก็เพราะในยุคแรกๆ ที่มีเหล่าฮูลิแกน จุดพลุแฟลร์ในสนาม แต่ฟีฟ่ายังไม่แบน (แต่โดยสามัญสำนึกก็ไม่ควรเอาอุปกรณ์ติดไฟได้เข้าไปในสนามป่าววะ) เกิดมีคนที่ตายเพราะพลุแฟลร์มาแล้ว เช่นในปี 1992 ‘กิลเลี่ยม ลาซาโล่’ เด็กชายชาวสเปนเสียชีวิตในสนามคัมป์นู ของบาเซโลน่า เนื่องจากโดนพลุแฟลร์ กระแทกเข้าที่หน้าอกจนเสียชีวิต และไม่ใช่แค่รายเดียว มีหลายคนที่เสียชีวิตจากการแพ้ควันของพลุแฟลร์ หรือบาดเจ็บจาการโดนไฟจากแฟลร์ลวก เนื่องจากความร้อนของไฟจากพลุแฟลร์ สูงถึง 1,600 องศาเซลเซียส ระยะเวลาการเผาไหม้อยู่ที่ 60 วินาที ดังนั้นลองคิดภาพถ้ามันไปลวกโดนใครจะเกิดอะไรขึ้น คิดสิ คิดดด ดังนั้นฟีฟ่า ก็เลยแบนสิครับ ส่วนใครที่แถว่า จุดได้เว้ย เพราะฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ฟีฟ่าไม่รับลอง ไม่ใช่การแข่งขันของฟีฟ่า แต่สนามที่เราอยู่นั้นเป็นสนามที่ฟีฟ่ารับรอง ดังนั้นสนามแห่งนี้ก็อยู่ภายใต้กฎของฟีฟ่า พวกกองเชียร์สายอุลตร้าแมนที่เชียร์บอลตามกระแส ต้องไปศึกษาหน่อยนะ เจ้าอุลตร้าน้อย

flare-in-suzuki-cup-2016-4

พลุแฟลร์ หมดอายุ = ระเบิดเพลิง

ความอันตรายของพลุแฟลร์ อีกอย่างหนึ่งคือพลุแฟลร์เป็นสินค้าที่ราคาแพง แต่มีอายุการใช้งานสั้นมากเพียงสามปีนับตั้งแต่วันที่ผลิต และกว่าจะนำเข้าประเทศได้ก็กินเวลานานเนื่องจากผ่านขั้นตอนการตรวจเพื่อนำเข้าหลายด่านหน่อย (ก็วัตถุอันตรายนี่เนอะ) พลุแฟลร์ที่หมดอายุจึงราคาถูกมาก พลุแฟลร์ที่ขายในบ้านเราจึงมีโอกาสสูงที่จะเป็นพลุแฟลร์หมดอายุเนื่องจากราคาถูกพอที่กองเชียร์นอกแถวจะจ่ายเงินเพื่อซื้อมาจุดเพื่อสวดส่งบรรพบุรุษตัวเองได้ ซึ่งสิ่งที่ถือในมือนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับถือระเบิดเวลาเลย หรืออาจจะต้องรอให้แฟลร์ระเบิดคามือก่อนถึงจะคิดได้หรือเปล่าก็ไม่รู้นะ

flares-in-suzuki-cup-2016-5

บทลงโทษที่ไม่ควรจะต้องโดน แต่ก็โดนเพราะพี่ๆ อุลตร้าฯ

โดยส่วนใหญ่แล้ว การแข่งขันที่ทีมเจ้าบ้านจุดพลุแฟลร์ หรือสอบสวนว่ากองเชียร์ทีมไหนจุดพลุแฟลร์ ทางฟีฟ่าก็จะลงดาบด้วยการปรับเงินก่อนทันทีราวๆ 7 – 8 แสนบาท พร้อมกับมีโทษอื่นๆ ด้วยเช่นแบนไม่ให้แฟนบอลเข้าสนามเหย้า หรือแบนสนามเหย้าไปเลย ขณะที่ทีมชาติไทยในฐานะเจ้าบ้าน และมีกองเชียร์เจ้าปัญหาก่อเรื่องงามไส้ ฟีฟ่าก็กำลังพิจารณาโทษอยู่โดยหากถูกปรับก็จะโดนปรับราวๆ 7 แสนบาทเช่นกัน พร้อมกับบทลงโทษอื่นๆ ตามมาด้วย อย่างเลวร้ายที่สุดในแมตท์ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดที่ทีมไทยต้องเตะในบ้าน ก็อาจจะโดนฟีฟ่า แบนสนาม และไปใช้สนามกลางแทน ถ้าโดนลงโทษหนักขนาดพี่ๆ อุลตร้าฯ จะรับผิคชอบยังไงไหวล่ะ #จุดแล้วไง #สไตล์กู ของพวกพี่ทำคนอื่นเดือดร้อนเลยนะ

ขอสรุปกันสั้นๆ อีกทีว่าพลุแฟลร์ หรือวัตถุที่ก่อให้เกิดควันหรือประกายไฟคือสิ่งถูกสั่งห้ามเอาเข้าสนามฟุตบอลมานานแล้วด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ดังนั้นหากจะอ้างว่าพุไฟเอาไว้ข่มขวัญคู่ต่อสู้นั้น ควรจะต้องกลับไปคิดใหม่ว่า คนที่ไหนจะมาขวัญเสียเพราะเห็นเปลวไฟ ที่เขากลัวจริงๆ คือเสียงเชียร์จากแฟนบอลเท่านั้น ไฟหรือควันไม่เกี่ยวคนนะไม่ใช่ยุงจะได้กลัวควัน ดังนั้นกรุณาเชียร์ด้วยเสียงจะดีกว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาแล้วก็แล้วไป


แต่อย่าลืมไปช่วยสมาคมจ่ายค่าปรับด้วยนะ 

TAG :
Writer Profile : Sam Ponsan
นักเขียนหนุ่มสุดเท่ที่ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซค์เป็นชีวิตจิตใจ ขนาดฝนตกยังยอมขี่รถตากฝนเลยเพราะคิดว่าทำแล้วเท่ งานอดิเรกของเขาคือการไปออกกำลังกายเพราะเชื่อว่าทำแล้วเท่ ปัจจุบันก็ยังชอบทำ Content อะไรเท่ๆ ลงเว็บ Mango Zero ด้วย แหม่...เท่จริงๆ
Blog : Social Media : Facebook, Twitter
View all post
[Covid-19 Phenomena] 10 New Normal ในมุมกีฬาและความบันเทิง หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิดระบาด

[Covid-19 Phenomena] 10 New Normal ในมุมกีฬาและความบันเทิง หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิดระบาด

[NEWS] ตามวันเวลา! ปิดตำนาน 30 ปี สตาร์ซอคเกอร์รายวัน วางแผงวันนี้วันสุดท้าย(31 พ.ค.)


เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save